กำไรหายวูบ ร้านค้าปลีกเล็งเลิกขายบุหรี่ให้ยาสูบ หลังเล็งเลิกจ่ายภาษีแทน 600 ล้าน คาดเริ่มกลางปีนี้

14 พฤษภาคม 2019 | Slide, ข่าวสาร
Loading...

ในวันที่ 14 พ.ค. มีรายงานจากภาคียาสูบแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ตัวแทนจำหน่ายบุหรี่ขายส่ง ยี่ปัวะซาปัวะ รวมถึงร้านขายปลีก กำลังพิจารณายกเลิกขายบุหรี่ให้กับการยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) หลังจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้ร้านค้าส่งและค้าปลีกบุหรี่ของ ยสท. ต้องรับผิดชอบการจ่ายภาษีเงินได้เอง จากเดิมที่ บสท. เป็นผู้จ่ายให้

ซึ่งจะทำให้กำไรลดลงนอกจากนี้ ปัจจุบันการขายบุหรี่มียอดลดลง หลังจากรัฐบาลมีการขึ้นภาษีบุหรี่ขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ทำให้คนไทยไปสูบบุหรี่หนีภาษี และยาเส้นที่ราคาถูกกว่า โดยปัจจุบัน ยสท. จ่ายภาษีให้ตัวแทนการขายปีละ 600-700 ล้านบาท เมื่อตัวแทนต้องมารับภาระภาษีส่วนเองทำให้ไม่เหลือกำไรจากการขายต่อไป

นายปิ่นสาย สุรัสวดี รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2562 ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการการปรับปรุงแก้ไขการเสียภาษีเงินได้ออกแทนให้ผู้ขายส่งและผู้ขายปลีกสินค้ายาสูบของ บสท.

Advertisement

Loading...

โดยกำหนดให้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 2562 ยสท. จะไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้ออกแทน ให้ผู้ขายส่งและผู้ขายปลีกสินค้ายาสูบแล้วดังนั้น ผู้ขายสินค้ายาสูบทั้งที่เป็นนิติบุคคลและบุคคลธรรมดามีหน้าที่นำเงินได้จากการขายสินค้ายาสูบมารวมคำนวณและยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ประจำปีการดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ผู้ประกอบการที่ขายสินค้ายาสูบของการยาสูบแห่งประเทศไทยมีภาระภาษีเงินได้เช่นเดียวกับการขายสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป และยังเป็นการสร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันทางการค้าระหว่างผู้ผลิตสินค้าบุหรี่ในประเทศและผู้นำเข้าสินค้าบุหรี่จากต่างประเทศทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ บสท. มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้แทนผู้ขายสินค้ายาสูบ ในอัตรา 12.5% ของกำไรของผู้ขายส่งไม่ว่าทอดใด และในอัตรา 10% ของกำไรของผู้ขายปลีก

Loading...



error: Alert: Content is protected !!