จบด็อกเตอร์ แต่ขอมุ่งทางเกษตรยั่งยืน 4 เดือนรายได้ 5 แสน ชีวิตเคยล้ม ลุกได้เพราะป่า

10 พฤษภาคม 2019 | Slide, ข่าวสาร
Loading...

ปัจจุบันหลายคนยอมหันมาทำอาชีพเป็นเกษตรกร เพราะเป็นอาชีพที่มีความยากลำบาก ทำอย่างไรก็ไม่ได้ร่ำรวย แต่งานนี้ก็มีบางคนที่คิดต่าง มองว่าการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและพอเพียงตามคำสอนของพ่อหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นแสนจะวิเศษยิ่งกว่าการมีชีวิตที่ร่ำรวยอยู่บนกองทอง อย่างเรื่องราวของ”ดร.เกริก มีมุ่งกิจ” ที่หลายคนคงรู้จักกันเป็นอย่างดี เจ้าของศูนย์ฝึกปฏิบัติงานวนเกษตรเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว และผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ “คนกล้าคืนถิ่น” ที่ชวนคนไทยกลับบ้านมาทำอาชีพเกษตรกรรม รวมถึง เป็นประธานกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้แห่งชาติ

ซึ่งก่อนที่ ดร.เกริก จะมาทำการเกษตร เขาเคยมีรายได้เป็นหลักร้อยล้านบาท จากการทำธุรกิจที่ดิน จนวันหนึ่งบริหารงานผิดพลาด กิจการขาดทุน เรียกว่าล้มละลายกันเลยทีเดียว และสุดท้าย ได้เลือกที่จะกลับบ้าน พลิกพื้นดินของ ครอบครัว เดินหน้ามาทำการเกษตร บนที่ดิน จำนวน 99 ไร่ ที่เชาฉกรรจ์ จ.สระแก้ว

ดร.เกริก เล่าว่า ชีวิตการทำเกษตร ของเขา เริ่มต้นเมื่อ 9 ปีที่ผ่านมา โดยมีต้นแบบมาจากในหลวง รัชกาลที่ ๙ ซึ่งพระองค์ไม่ใช่คนจน แต่พระองค์ยังเลือกอยู่อย่างพอเพียง เพื่อเป็นตัวอย่าง และทรงเหนื่อยยาก ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ มุ่งพัฒนาการทำเกษตร ทรงคิดค้นหาวิธีต่าง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพส่วนใหญ่ของคนไทย และทรงเล็งเห็นปัญหา ความมั่นคงทางอาหารในอนาคต โดยพระองค์พยายามทำอย่างไรให้ประชาชนของพระองค์ สมบูรณ์ มีความมั่นคงทางอาหาร เพราะเป็นทางรอดทางเดียว คือ การทำการเกษตร ผลิตอาหารให้เพียงพอในประเทศก่อนส่งออกจำหน่าย

สำหรับการทำการเกษตร “ดร.เกริก” แบ่งพื้นที่ กว่าครึ่งหนึ่งไปใช้กับการปลูกป่า เพราะมองว่า เมื่ออายุมากขึ้นอยู่ในวัยที่ไม่สามารถทำนา หรือปลูกผักได้ มีต้นไม้ที่เราปลูกทิ้งไว้ เป็นรายได้ เพราะต้นไม้ 1 ต้น สามารถทำรายได้หลักหมื่นบาท ไปจนถึงหลักแสนบาท ตอนนี้ยิ่งเวลาผ่านไป ต้นไม้มีคุณค่า มีราคา อยากเห็นคนไทยหันมาปลูกป่ากันมากๆ ปัจจุบันปรับสภาพพื้นที่ทำนา มาปลูกต้นไม้ เพราะถ้ามีต้นไม้สัก 1,000 ต้น ผ่านไป 10 ปี 20 ปี โอกาสที่จะมีเงินล้านไม่ใช่เรื่องยาก ในขณะที่เกษตรกรทำนา ปลูกผัก เท่าไหร่ถึงจะได้เงินล้านแบบนี้

หลังจากที่ดร.เกริก ได้เรียนรู้การทำการเกษตรด้วยตัวเอง มานานกว่า 3 ปี ถึงได้เป็นเกษตรกรเต็มตัว โดยมีรายได้จากพื้นที่ 99 ไร่ ถึงวันละ 20,000 บาท รายได้มาจาก การเผาถ่าน การขายน้ำส้มควันไม้ การทำต้นกล้าขาย ขายปุ๋ยที่ทำจากเศษใบไม้ และตัดหญ้าในพื้นที่ จากนาข้าว รวมถึง ช่วงที่รอต้นไม้ใหญ่ โต พร้อมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ขาย นำต้นพริกไทย มาปลูก มีรายได้จากพริกไทย การทำการเกษตรของ ดร. เกริก คือ จะปลูกผัก หรือ เลี้ยงสัตว์ จากความต้องการที่นำมาทำอาหาร ปลูกทุกอย่างที่กิน และเหลือ นำออกไปจำหน่าย

ดร.เกริก เล่าว่า หลังจาก ได้ทดลองทำการเกษตรมาได้ 5 ปี มีสื่อต่างๆ ให้ความสนใจ และนำเรื่องราวของผมไปเผยแพร่ ทำให้มีคนต้องการจะมาเรียนรู้การทำการเกษตร จึงได้เป็นที่มาของ ศูนย์ฝึกปฎิบัติการงานวนเกษตร ขึ้น ส่วนหนึ่งคือ เราก็ต้องการที่จะแบ่งปันสิ่งที่เราได้ทดลองทำและประสบความสำเร็จ ให้กับผู้ที่สนใจต้องการจะทำการเกษตร และอยากเห็นคนรุ่นใหม่ ที่ไปทิ้งบ้านเกิด ทิ้งครอบครัวไปทำงาน ได้กลับบ้าน และมาต่อยอดอาชีพการเกษตร ไม่ให้หายไปจากสังคมไทย เป็นที่มาของโครงการ คนกล้าคืนถิ่น ที่ผมทำอยู่ด้วย

เมื่อ พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 ถูกปลดล็อค ปลูกได้ ตัดได้ แปรรูปได้ ขายได้ กูรูต้นไม้ อย่าง ดร.เกริก มีมุ่งกิจ ซึ่งเริ่มมาก่อนนานแล้วที่ จ.สระแก้ว มีตัวเลขและแนวคิดที่จับต้องได้มาเล่าสู่กันฟังครับ

อาจารย์เน้นว่า ต้องปลูกผสมผสาน ไม่ปลูกเชิงเดี่ยว ไม้ระยะยาว ถ้าปลูกให้ได้ 1,000 ต้นตั้งแต่วันนี้ มูลค่าเพิ่มสูงกว่าทองคำ รับรองว่าจะมีเงินล้านรออยู่ยามเกษียณ

Advertisement

Loading...

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการทำการเกษตรไม่ใช่เรื่องง่าย หลายคนที่มาเรียนสุดท้ายก็ยอมถอยไป ซึ่ง 4-5 วัน ก็รู้แล้วละว่า เขาทำได้หรือไม่ เพราะการทำการเกษตรเป็นเรื่องที่เหนื่อยยากลำบาก ถ้าไม่มีความเพียรพยายามมากพอ คงจะทำไม่ได้ แต่ถ้าคนไหนที่ตั้งใจจริง ก็จะได้วิชา จากเราไป แต่ไม่ใช่ว่า เราจะให้คนที่มีงานทำดี ดี และมีความสุขกับงานออกมาทำการเกษตร แต่ถ้าใครที่ไม่มีความสุขกับการทำงาน ก็อย่าฝืนทำ เพราะทำแบบมีความทุกข์ สุดท้ายส่งผลกระทบกับองค์กรในแบบที่เลวร้ายที่สุด ถ้ายังมีคนทำงานแบบมีไม่มีความสุขทำงานอยู่ในองค์กรนั้น

ดูเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ แล้วหยิบไปปรับใช้

ชมคลิป

เครดิต : Forestbook

Loading...



error: Alert: Content is protected !!